แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะแนว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะแนว แสดงบทความทั้งหมด

9 วิชาคืออะไร ต่างจากเดิมตรงไหน !!!


     9 วิชาสามัญต่างจาก 7 วิชาสามัญยังไง พี่บอกเลยว่าไม่ต่างกันค่ะ จะต่างกันก็แค่มี2 วิชาที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น คือ วิชา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์  ที่เพิ่มขึ้นมาเพราะ เนื่องจากการสอบ 7 วิชานี้มีข้อด้อยอยู่คือ ส่วนใหญ่วิชาจะเน้นไปที่เด็กสายวิทย์ ทั้ง ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี เมื่อเด็กสายศิลป์มาสอบก็จะยากเกินไป เพราะเด็กสายศิลป์ไม่ได้เรียนวิชาพวกนี้เหมือนกับเด็กสายวิทย์ ดังนั้นจึงเกิดวิชา คณิตศาสตร์สำหรับเด็กสายศิลป์ และ วิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กสายศิลป์ขึ้น

        ดังนั้นขอสรุปว่า 9 วิชานี้จะมีวิชาอะไรบ้าง
1.ภาษาไทย 
2.สังคมศึกษา 
3.ภาษาอังกฤษ 
4.คณิตศาสตร์  (สำหรับเด็กสายวิทย์) 
5.คณิตศาสตร์  (สำหรับเด็กสายศิลป์) 
6.ฟิสิกส์ 
7.เคมี 
8.ชีววิทยา 
9.วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (สำหรับเด็กสายศิลป์)

      คือก็จะเหมือนเดิมทุกประการ ต่างแค่มีการเพิ่มวิชาขึ้นมาเท่านั้น ส่วนระเบียบการ , แนวข้อสอบ , คะแนน จะเป็นเหมือนเดิมทุกประการ และเด็กสายวิทย์ไม่ต้องสอบทั้ง 9 วิชานะคะ อีก2วิชาที่เพิ่มขึ้นมา น้องๆสายวิทย์ไม่ต้องสอบนะคะ  น้องๆสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมพวกแนวทางการออกข้อสอบได้ที่นี่ค่ะ 



แนวทางออกข้อสอบ PAT1


       PAT 1 คือ วิชาคณิตศาสตร์  คะแนนเต็ม 300 คะแนน  ให้เวลาทำ 3 ชั่วโมง  
ข้อสอบทั้งหมดมี 45 ข้อ  แบ่งเป็น2 พาร์ท  
พาร์ทแรก :ช้อยส์สี่ตัวเลือก 30 ข้อ (180 คะแนน) 
พาร์ทสอง :เติมคำตอบ  15 ข้อ (120 คะแนน)

      โดยเนื้อหาจะออกเหมือนกันแทบจะทุกปี ส่วนเนื้อหาที่ออกมากสุด จะเป็นเรื่อง ตรีโกณมิติ แคลคูลัส สถิติ ลำดับอนุกรม ความน่าจะเป็น การแก้สมและระบบจำนวนจริง ลอกาลิทึม เอ็กโปแนนเชียล เรขาคณิต ส่วนในเรื่องอื่นๆ ก็จะออกคละๆกัน แต่จะมีเรื่องที่จะออกทุกปีแน่ๆ เลย คือตรรกศาสตร์ เซต เมทริกซ์ ฟังก์ชั่น เวกเตอร์ จำนวนเชิงซ้อน เอาง่ายๆน้องๆ ควรจะอ่านเนื้อหาทุกบทไม่ควรจะทิ้งบทใดบทหนึ่ง แต่นอกจากว่าจะอ่านไม่ทันจริงๆ หรืออ่านแล้วก็งง ทำไม่ได้ ไม่เข้าใจ แล้วข้อสอบออกน้อย อันนี้ก็พิจารณาตามความสมควร
   
      ส่วนวิธีการทำข้อสอบ คือ ถ้าข้อไหนน้องทำไม่ได้ คิดแล้วคิดอีกไม่ออกสักที ไม่ควรนั่งงมอยู่ข้อเดียว ควรข้ามไปทำข้ออื่นก่อน เพราะ PAT 1 นี่ข้อสอบโหดสุดๆ ยากมากๆๆๆๆ คือยากเลือดพุ่ง ดังนั้นทำไม่ได้ไม่ต้องตกใจ หรือหัวเสียนะ ใจเย็นๆ ไปทำข้ออื่นก่อน ใช้เวลา 3 ชั่วโมงให้คุ้ม เพื่อคะแนนที่ดีของพวกเรา

     

แนวทางการออกข้อสอบ PAT2

gat pat

     PAT2 คือวิชาไรหว่า คือความถนัดทางวิทยาศาสตร์ นะคะ ส่วนคณะที่ใฝ่ฝันของน้องๆคนไหนไม่ได้ใช้คะแนนอันนี้ ก็ไม่ต้องลงสอบวิชานี้น๊า เต็ม300คะแนนเหมือนกันค่ะ มีทั้งหมด100 ข้อ ข้อละ3คะแนน โหดไหมล่ะ??
     PAT2 ข้อสอบแบ่งเป็น5หัวข้อ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ โลกและดาราศาสตร์ ศักยภาพ โอเนอะมาเริ่มตัวแรกกัน 

ฟิสิกส์:อันนี้ก็เน้นคำนวณ วิเคราะห์ ยากบ้างง่ายบ้างปนกันไป เด็กส่วนใหญ่ทิ้งวิชานี้หรอ(แฮะๆ พี่เป็นคนนึงที่ไม่ชอบวิชานี้เล๊ย) ขอบอกห้ามทิ้งๆ เก็บมันทุกวิชาเเหละ ทิ้งไปคะแนนหายไป เกือบๆ1ใน3เลย เนื้อหาออกบทละ1-2-3 ข้อ เน้นกลศาสตร์1 จะออกเยอะหน่อย

เคมี : ยากโคตร ยิ่งปีหลังๆจะยากไปไหน อันนี้ต้องเลือกทำข้อที่ใช้เวลาไม่นานก่อน ข้อไหนลองทำเเล้วใช้เวลานานข้ามไปก่อน กาดอกจันทร์ตัวโตๆ ไว้เเล้วกลับมาทำใหม่ เดี๋ยวมันจะไม่ทัน ข้อสอบออกทั่วๆไปเหมือนกัน คละๆกันไปทุกข้อ ตรงพวก สมบัติของตารางธาตุมาทุกไปปีละ1-2ข้อ อันนี้ควรจะได้คะแนน เพราะพวกปริมาณสาร มันจะยาก อีกเรื่องอินทรีย์ออกเยอะเหมือนกัน แต่!!ยากสุดๆ ต้องเจ๋งจริงถึงทำได้ 

ชีวะ : อันนี้ไม่มีไรมาก เด็กส่วนใหญ่เก็บคะแนนวิชานี้ได้ทุกคน เพราะอ่านตอบอ่านตอบ อ่านไปตอบได้ ไม่ต้องวิเคราะห์มาก ออกเนื้อหาไม่น่าบ้าคลั่งเท่าเคมี

โลกและดาราศาสตร์:ออกเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน แผ่นดินจังหวัดนี้ มีโน่นมีนี่ไหม เป็นรอยเลื่อนอะไรรึป่าว บลาๆ

ศักยภาพ: ก็เนื้อหาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ 3 วิชานี้

     ข้อสอบ pat2 เนื้อหาจะไม่ละเอียดมากเท่า 7วิชาสามัญ แต่จะวิเคราะห์เยอะ อ่านไปดีๆก็ทำได้ ลองฝึกทำข้อสอบเก่าๆบ่อยๆ ยิ่งฟิสิกส์ต้องทำเลยนะ

แนวทางการออกข้อสอบ GAT

     

gat pat


      อย่างที่ตอนแรกได้บอกไปนะคะว่า GAT จะมี2 พาร์ท 1.เชื่อมโยง 2.ภาษาอังกฤษ วันนี้ขอบอกแนวทางข้อสอบ GAT ว่าเป็นยังไง
      พาร์ท1 GATเชื่อมโยง อันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ ขอแค่รู้หลักการทำก็ผ่านฉลุยแล้วค่ะ ขอแค่ตอนทำข้อสอบมีสติ อย่าลน 150เต็มไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ ลืมบอกไปการสอบจะมีเวลาให้ทั้งหมด 3ชม.นะคะ โดยแบ่งให้ทำพาร์ทละ 1ชม.ครึ่ง พาร์ท GATเชื่อมโยง นี่คนส่วนมากจะเหลือเวลาค่ะ แต่ว่าเค้าจะไม่ให้ข้อสอบมาทั้ง2พาร์ททีเดียวนะ พอหมด1ชม.ครึ่งปุ๊ป เก็บพาร์ท1 เเล้วค่อยแจกพาร์ทที่2ก็คือภาษาอังกฤษ ส่วนมากเด็กจะทำพาร์ท2 ภาษาอังกฤษ ไม่ค่อยทัน

      พาร์ท2 ภาษาอังกฤษ ข้อสอบแบ่งเป็น4หัวข้อใหญ่ๆเลยค่ะ
หัวข้อที่1. Conversation บทสนทนานั่นเอง บทนี้จะง่ายสุด อันนี้ความคิดพี่นะ ควรจะทำหัวข้อนี้ให้ได้คะแนนมากที่สุด ยิ่งไม่ผิดเลยิ่งดีค่ะ เพราะหัวข้ออื่นจะยากกว่า

หัวข้อที่2 Vocabulary คำศัพท์นั่นเอง หัวข้อนี้ถ้าใครรู้ศัพท์เยอะจะได้เปรียบค่ะ เพราะข้อสอบจะถามประมาณว่าคำศัพท์นี้มี คำศัพท์คำไหนความหมายเดียวกัน แต่ถ้าใครไม่รู้ก็อ่านบริบทรอบข้าง ก็พอจะเดาๆได้ค่ะว่าคำศัพท์ไหนน่าจะถูกที่สุด

หัวข้อที่3 Reading มีบทความมาให้ อ่านเเล้วตอบคำถาม ตรงนี้จะใช้เวลาเยอะนิดนึง คำถามก็จะถามเนื้อเรื่องว่าจุดมุ่งหมายคืออะไร,คำสรรพนามในเนื้อเรื่องนี้หมายถึงใคร

หัวข้อที่4 Structure ก็จะมี error ให้ทำค่ะ ตัวไหนผิด อันนี้เน้นgrammar ล้วนๆค่ะ อีกส่วนคือให้เรียงประโยคมีประโยคมาให้6ประโยค เรียงลำดับอันไหนเริ่มต้น 1 2 3 4 5 ซึ่งจะมีอยู่1ประโยคที่ต้องตัดออก เพราะไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่ง5ข้อนี้ ถ้าผิดข้อไหนไปละก็ส่วนมากจะผิดยาวเลยค่ะ อาจจะทำให้เสียคะแนนตรงนี้ แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถค่ะ

     ขอสรุปเลยนะคะข้อสอบgat เชื่อมโยงรู้หลักการจบเลยค่ะ
                        gat ภาษาอังกฤษ อันนี้ควรเน้นอ่านคำศัพท์ไว้แต่เนิ่นๆค่ะ เก็บไว้เยอะๆเป็นทุน ฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษเยอะๆค่ะ จับหลักของ structureประโยคให้ได้ เท่านี้คะแนนเราก็ฟุ่งปรี๊ดเเล้วค่ะ

7 วิชาสามัญ กับ เคลียริ่งเฮ้าส์ คืออะไร

   
เคลียริ่งเฮ้าส์


       เป็นการจัดสอบโดยสทศ ทั้งหมด 7 วิชาได้แก่ ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คะแนนวิชาละ100คะแนน โดยคะแนนสามารถใช้ได้แค่ปีนั้น ๆ ไม่สามารถเก็บไปใช้ปีอื่นได้ สอบช่วงเดือน มกราคมของทุกปี
   
      โดยที่ 7วิชาสามัญทางสทศ. บอกว่าจะยากกว่า O-net แต่จะง่ายกว่าgat pat(จริงป้ะ???) บทความต่อไปจะขอบอกแนวทางการอกข้อสอบของการสอบทั้งหมด ทั้ง o-net gat pat 7วิชาสามัญ รอติดตามกันนะคะ 7วิชาสามัญ เอาไปทำอะไร ?? ก็นำไปยื่นรับตรงของมหาวิทยาลัย แต่จะเป็นการรับตรงร่วมกันหรือที่เรียกกันว่าเคลียริ่งเฮ้าส์(Clearing house) ซึ่งบางมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ หมายความว่ายังไง ก็คือมหาวิทยาลัยจะจัดการสอบเอง ส่วนถ้ามหาวิทยาลัยไหนเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะใช้คะแนนนี้มาเป็นตัวเลือกนักเรียน ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชานะคะ เลือกสอบตามที่มหาวิทยาลัยเค้ากำหนดเอาไว้ ซึ่งต้องรอระเบียบการเอามาก่อน
   
      เคลียริ่งเฮ้าส์ คืออะไร คือระบบยืนยันสิทธิ์รับตรง ยกตัวอย่าง สมมติ น้องดำ สมัครรับตรงของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮ้าส์ทั้งหมด 5แห่ง แล้วน้องดำดันสอบติดทั้ง5 แห่งนี้ สอบติดตั้งหลายมหาวิทยาลัย สุดยอดหว่ะ แต่ระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ จะทำให้น้องดำเลือกได้เพียงมหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้น นี่เเหละเคลียนิ่งเฮ้าส์

O-net คืออะไร

       
O-net


     O–NET ย่อมาจาก(Ordinary National Educational Test)  O–NETเป็นแบบสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน เป็นการวัดผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดสอบ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาละ100คะแนน รวม800คะแนน ได้แก่
1. ภาษาไทย
2. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
4. คณิตศาสตร์
5. วิทยาศาสตร์
6. สุขศึกษา
7. ศิลปะ
8. การงานอาชีพฯ
         จัดสอบเพื่อวัดผลทางการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ (สอบด้วยข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศ) จะบังคับสอบสำหรับนักเรียน  ม.6 , ม.3 , ป.6 ค่ะ โดยที่การสอบ O-NET สามารถ สอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

         ดังนั้นน้องๆม.6 ต้องตั้งใจทำคะแนนo-net ให้ดีๆนะคะ สอบได้ครั้งเดียวในชีวิต ใช้คะแนนตรงนี้ไปตลอดชีวิต การสอบจะสอบเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบางคนติดรับตรงไปเเล้ว ทำให้ไม่ค่อยจะใส่ใจการสอบเท่าไหร่ ที่จริงo-netนี่ต้องตั้งใจสอบเลยนะ เพราะไม่ได้แค่ใช้ในการแอดเท่านั้น ในมหาวิทยาลัยบางแห่งจะนำคะแนนo-net ภาษาอังกฤษ มาเป็นตัววัดระดับ ใครได้คะแนนน้อยจะต้องเริ่มเรียนจากพื้นฐานเลย ส่วนถ้าใครได้คะแนนมากก็จะไม่ต้องเรียนพื้นฐาน

        อ่านเเล้วอาจจะไม่เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างเลยละกัน สมมติมหาวิทยาลัยนึงตั้งเกณฑ์ไว้ว่าใครได้คะแนนo-net ภาษาอังกฤษ มากกว่า50คะแนน เริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษ2 ได้เลย ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ1 ถ้าใครได้ต่ำว่า50 คะแนนก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษ1 ก่อน จะเป็นประมาณนี้ค่ะ
     
        ด้วยเหตุนี้ขอฟันธงว่าควรตั้งใจสอบO-net ให้ดีๆนะคะ สอบครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น !!

GAT PAT คืออะไร

 
gat pat


    GAT PAT คือชื่อการจัดสอบอย่างหนึ่งที่สทศ.จัดการสอบขึ้น
โดย GATย่อมาจาก( General Aptitude Test) ซึ่งจะมีคะแนนเต็ม300 คะแนน แบ่งเป็น2พาร์ท พาร์ทละ150 คะแนน มาดูพาร์ทแรกกัน

 1.GATเชื่อมโยง เต็ม150คะแนน พาร์ทนี้เป็นตัวเก็บคะแนนค่ะ ส่วนมากพาร์ทนี้เด็กจะได้คะแนนเต็มกัน ตัวตัดคะแนนจริงๆจะไปอยู่ที่พาร์ทที่2ค่ะ
 2.GAT ภาษาอังกฤษ เต็ม150คะแนนเช่นกัน นี่เเหละพาร์ทนี้ตัวตัดสินคะแนนเราเลย เพราะพาร์ทแรกเด็กส่วนใหญ่คะแนนจะอยู่ที่ 130-150 ถ้าพาร์ทนี้คะแนนดีอีกคะแนนจะพุ่งเลยค่ะ

    น้องๆคงเคยได้ยินบางคนบอกว่าGATเชื่อมโยง ต้องเต็มเท่านั้นใช่ป่าวคะ เพราะว่าเด็กส่วนใหญ่จะได้คะแนนเต็ม (มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ) ถ้ารู้หลักแล้วก็ไม่ยากค่ะ เดี๋ยวบทความต่อๆไปพี่จะมาสอนเทคนิคการพิชิต150 คะแนนเต็มนะคะ

    ส่วน PAT(Professional and Academic Aptitude Test) มี7 ประเภท ให้เราเลือกสอบ ไม่ได้ไปสอบหมดนะ ต้องดูว่าเราจะเข้าคณะไหน แต่ละคณะจะใช้คนละประเภทกัน แต่ละประเภทเต็ม 300คะแนนเท่ากัน
1. PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์            
2. PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์            
3. PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์            
4. PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์    
5. PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู            
6. PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์            
7. PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ มี 6 ภาษา ให้เลือกสอบ คือ
       PAT 7.1) ภาษาฝรั่งเศส
       PAT 7.2) ภาษาเยอรมัน
       PAT 7.3) ภาษาญี่ปุ่น
       PAT 7.4) ภาษาจีน
       PAT 7.5) ภาษาบาลี
       PAT 7.6) ภาษาอาหรับ

   ดังนั้นน้องต้องวางแผนเลือกการสอบไว้แต่เนิ่นๆนะคะ ตอนสมัครสอบgat pat เราจะได้เลือกสอบถูกนะคะ

เริ่มต้นชีวิตเด็กแอด58 gat pat o-net 7วิชา ต้องรู้จัก

      
Admissiom


      น้องๆม.6 คงคิดว่าเพิ่งจะเปิดเทอมเอง ต้องสอบเเล้วหรอ gat pat เอย o-net เอย ทำไมมันเยอะอย่างงี้ มันเยอะมากดังนั้นต้องเตรียมตัวกันให้พร้อม ใครยังชิวๆอยู่ ต้องวางแผนเตรียมตัวได้เเล้วน๊า เดี๋ยวมันจะสายเกินไป แต่!ตอนนี้ยังไม่สายไป ดังนั้นมาลุยกันเล๊ย
     
      เริ่มแรกขออธิบายระบบการADMISSION ก่อน admissionแปลว่า การรับเข้า ก็คือการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จะมี2แบบ หลักๆ คือรับตรง กับ admission กลาง โดยที่รับตรงก็จะมีทั้งแบบที่มหาวิทยาลัยรับเอง กับอีกแบบคือรับตรงกลาง คือทางสทส.จัดให้สอบร่วมกัน นี่ผ่านไปแล้วกับการรับตรง ส่วนการadmission คือการนำคะแนนต่างๆที่ได้สอบมาคำนวณและให้เลือกได้4อันดับ โดยใช้คะแนน ดังนี้

1.เกรดเฉลี่ยม.4-ม.6 20เปอร์เซ็นต์ (ทุกคนต้องใช้)
2.o-net 30เปอร์เซ็นต์ (ทุกคนต้องใช้)
3.gat pat อันนี้เเล้วแต่ว่าจะเลือกคณะไหน แต่ละคณะใช้คนละอย่างกัน บางคณะใช้แต่ gat บางคณะใช้ทั้ง gatและ pat ยกตัวอย่าง คณะมนุษยศาสตร์ จะใช้ gatอย่างเดียว50เปอร์เซ็นต์ คณะเภสัชศาสตร์ใช้ gat10เปอร์เซ็นต์และ patวิทยาศาสตร์(pat2)40เปอร์เซ็นต์
   
     เห็นไหมล่ะว่าสอบแต่ละครั้งเอาคะแนนมาใช้หมดเลย โดยที่ gat pat เราสามารถสอบได้2ครั้ง เลือกคะแนนดีที่สุดมาใช้แอด(ขอจากadmissionนะ) แต่ o-net นี่สิ สอบได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต ส่วน7วิชานี่เอาไว้ใช้รับตรงกลาง ต้องนี้คงรู้จักการสอบต่างๆแบบคราวๆเเล้ว บทความต่อไปจะมาลงรายละเอียดกันทีละตัวเลย