แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ o-net แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ o-net แสดงบทความทั้งหมด

7 วิชาสามัญ กับ เคลียริ่งเฮ้าส์ คืออะไร

   
เคลียริ่งเฮ้าส์


       เป็นการจัดสอบโดยสทศ ทั้งหมด 7 วิชาได้แก่ ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คะแนนวิชาละ100คะแนน โดยคะแนนสามารถใช้ได้แค่ปีนั้น ๆ ไม่สามารถเก็บไปใช้ปีอื่นได้ สอบช่วงเดือน มกราคมของทุกปี
   
      โดยที่ 7วิชาสามัญทางสทศ. บอกว่าจะยากกว่า O-net แต่จะง่ายกว่าgat pat(จริงป้ะ???) บทความต่อไปจะขอบอกแนวทางการอกข้อสอบของการสอบทั้งหมด ทั้ง o-net gat pat 7วิชาสามัญ รอติดตามกันนะคะ 7วิชาสามัญ เอาไปทำอะไร ?? ก็นำไปยื่นรับตรงของมหาวิทยาลัย แต่จะเป็นการรับตรงร่วมกันหรือที่เรียกกันว่าเคลียริ่งเฮ้าส์(Clearing house) ซึ่งบางมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ หมายความว่ายังไง ก็คือมหาวิทยาลัยจะจัดการสอบเอง ส่วนถ้ามหาวิทยาลัยไหนเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะใช้คะแนนนี้มาเป็นตัวเลือกนักเรียน ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชานะคะ เลือกสอบตามที่มหาวิทยาลัยเค้ากำหนดเอาไว้ ซึ่งต้องรอระเบียบการเอามาก่อน
   
      เคลียริ่งเฮ้าส์ คืออะไร คือระบบยืนยันสิทธิ์รับตรง ยกตัวอย่าง สมมติ น้องดำ สมัครรับตรงของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเคลียริ่งเฮ้าส์ทั้งหมด 5แห่ง แล้วน้องดำดันสอบติดทั้ง5 แห่งนี้ สอบติดตั้งหลายมหาวิทยาลัย สุดยอดหว่ะ แต่ระบบเคลียริ่งเฮ้าส์ จะทำให้น้องดำเลือกได้เพียงมหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้น นี่เเหละเคลียนิ่งเฮ้าส์

O-net คืออะไร

       
O-net


     O–NET ย่อมาจาก(Ordinary National Educational Test)  O–NETเป็นแบบสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน เป็นการวัดผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดสอบ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิชาละ100คะแนน รวม800คะแนน ได้แก่
1. ภาษาไทย
2. สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
3. ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
4. คณิตศาสตร์
5. วิทยาศาสตร์
6. สุขศึกษา
7. ศิลปะ
8. การงานอาชีพฯ
         จัดสอบเพื่อวัดผลทางการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ (สอบด้วยข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศ) จะบังคับสอบสำหรับนักเรียน  ม.6 , ม.3 , ป.6 ค่ะ โดยที่การสอบ O-NET สามารถ สอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

         ดังนั้นน้องๆม.6 ต้องตั้งใจทำคะแนนo-net ให้ดีๆนะคะ สอบได้ครั้งเดียวในชีวิต ใช้คะแนนตรงนี้ไปตลอดชีวิต การสอบจะสอบเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งบางคนติดรับตรงไปเเล้ว ทำให้ไม่ค่อยจะใส่ใจการสอบเท่าไหร่ ที่จริงo-netนี่ต้องตั้งใจสอบเลยนะ เพราะไม่ได้แค่ใช้ในการแอดเท่านั้น ในมหาวิทยาลัยบางแห่งจะนำคะแนนo-net ภาษาอังกฤษ มาเป็นตัววัดระดับ ใครได้คะแนนน้อยจะต้องเริ่มเรียนจากพื้นฐานเลย ส่วนถ้าใครได้คะแนนมากก็จะไม่ต้องเรียนพื้นฐาน

        อ่านเเล้วอาจจะไม่เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างเลยละกัน สมมติมหาวิทยาลัยนึงตั้งเกณฑ์ไว้ว่าใครได้คะแนนo-net ภาษาอังกฤษ มากกว่า50คะแนน เริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษ2 ได้เลย ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ1 ถ้าใครได้ต่ำว่า50 คะแนนก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษ1 ก่อน จะเป็นประมาณนี้ค่ะ
     
        ด้วยเหตุนี้ขอฟันธงว่าควรตั้งใจสอบO-net ให้ดีๆนะคะ สอบครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น !!

เริ่มต้นชีวิตเด็กแอด58 gat pat o-net 7วิชา ต้องรู้จัก

      
Admissiom


      น้องๆม.6 คงคิดว่าเพิ่งจะเปิดเทอมเอง ต้องสอบเเล้วหรอ gat pat เอย o-net เอย ทำไมมันเยอะอย่างงี้ มันเยอะมากดังนั้นต้องเตรียมตัวกันให้พร้อม ใครยังชิวๆอยู่ ต้องวางแผนเตรียมตัวได้เเล้วน๊า เดี๋ยวมันจะสายเกินไป แต่!ตอนนี้ยังไม่สายไป ดังนั้นมาลุยกันเล๊ย
     
      เริ่มแรกขออธิบายระบบการADMISSION ก่อน admissionแปลว่า การรับเข้า ก็คือการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จะมี2แบบ หลักๆ คือรับตรง กับ admission กลาง โดยที่รับตรงก็จะมีทั้งแบบที่มหาวิทยาลัยรับเอง กับอีกแบบคือรับตรงกลาง คือทางสทส.จัดให้สอบร่วมกัน นี่ผ่านไปแล้วกับการรับตรง ส่วนการadmission คือการนำคะแนนต่างๆที่ได้สอบมาคำนวณและให้เลือกได้4อันดับ โดยใช้คะแนน ดังนี้

1.เกรดเฉลี่ยม.4-ม.6 20เปอร์เซ็นต์ (ทุกคนต้องใช้)
2.o-net 30เปอร์เซ็นต์ (ทุกคนต้องใช้)
3.gat pat อันนี้เเล้วแต่ว่าจะเลือกคณะไหน แต่ละคณะใช้คนละอย่างกัน บางคณะใช้แต่ gat บางคณะใช้ทั้ง gatและ pat ยกตัวอย่าง คณะมนุษยศาสตร์ จะใช้ gatอย่างเดียว50เปอร์เซ็นต์ คณะเภสัชศาสตร์ใช้ gat10เปอร์เซ็นต์และ patวิทยาศาสตร์(pat2)40เปอร์เซ็นต์
   
     เห็นไหมล่ะว่าสอบแต่ละครั้งเอาคะแนนมาใช้หมดเลย โดยที่ gat pat เราสามารถสอบได้2ครั้ง เลือกคะแนนดีที่สุดมาใช้แอด(ขอจากadmissionนะ) แต่ o-net นี่สิ สอบได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต ส่วน7วิชานี่เอาไว้ใช้รับตรงกลาง ต้องนี้คงรู้จักการสอบต่างๆแบบคราวๆเเล้ว บทความต่อไปจะมาลงรายละเอียดกันทีละตัวเลย